วิธีเลือกซื้อ Lcd TV และคุณสมบัติ Lcd TV


อย่างที่บอกให้ทราบกันไปแล้วว่า Lcd TV มีคุณสมบัติ 2 อย่างคือ คุณสมบัติภายนอก และคุณสมบัติภายใน โดยที่คุณสมบัติภายนอกไม่สามารถโกหกกันได้ เพราะสามารถจับต้องได้ด้วยมือเห็นได้ด้วยตา แต่คุณสมบัติภายในต้องอาศัยการสังเกตุและทดสอบหลายๆอย่าง ลองมาดูคุณสมบัติภายในกันเลยดีกว่า


คุณสมบัติภายใน Lcd TV

แอลซีดีทีวี (Lcd TV) มีคุณสมบัติภายในสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 อย่างคือ คุณสมบัติที่ระบุเป็นตัวเลขได้ และคุณสมบัติที่ระบุเป็นตัวเลขไม่ได้ คุณสมบัติที่ระบุเป็นตัวเลขที่สำคัญนั้นได้แก่ Resolution หมายถึงค่าความละเอียดของจอแอลซีดีทีวี, Contrast ratio เป็นค่าความต่างระหว่างจุดมืดกับจุดสว่าง, Response time เป็นค่าความเร็วที่พิกเซลตอบสนองต่อภาพเคลื่อนไหว, Viewable Angle เป็นมุมมองแนวกว้างที่จะนั่งชมได้กี่องศา

Sony LCD TV

Resolution ความละเอียดของจอ Lcd TV

Resolution หมายถึง ค่าความละเอียดที่ใช้ในการแสดงภาพของจอ Lcd TV หรือจำนวนจุดพิกเซลที่จอ Lcd TV แสดงความละเอียดออกมาสูงสุดได้กี่พิกเซล ซึ่งปัจจุบันจำนวนจุดพิกเซลขั้นต่ำจะอยู่ที่ 1366x768 พิกเซล แต่ถ้าต่ำกว่านี้ก็อย่าซื้อเลยเป็นเครื่องตกรุ่นแน่นอน ซึ่งความละเอียดขนาดนี้จะทำให้ชมภาพ High Definition (HD) ได้ที่ความละเอียด 1080i และ 720p ซึ่งเป็นความละเอียดสูงปานกลาง สูงกว่า DVD ทั่วไปแต่ต่ำกว่า HD-DVD หากต้องการความละเอียดสูงสุดที่สามารถแสดงผลได้ ในปัจจุบันจะอยู่ที่ 1920x1080 ซึ่งเรียกว่า Full HD แต่จะต้องใช้กับ HD-DVD Player หรือ Media Player เฉพาะบางรุ่นเท่านั้น เมื่อเวลาซื้อไม่ต้องสนใจคำโฆษณาว่าเป็น HD-Ready, HD-LCD, Native-HD หรือ Full HD ขอให้ดูที่ตัวเลขเป็นหลัก เพราะเคยเจอจอ CRT โฆษณาว่า HD-Ready แต่ความละเอียดต่ำก็มี

ข้อคิดในการดูค่าความละเอียด คงอยู่ระหว่างจะเอาแบบ 1366x768 (HD-Ready) หรือ 1920x1080 (Full HD) สิ่งที่น่าจะดูอีกอย่างหนึ่งก็คือ เรื่องสัญญาณ Input ของภาพที่จอ Lcd TV สามารถรับได้ ดังที่ทราบกันว่าสัญญาณภาพแบบ HD นั้นแบ่งออกได้เป็น 3 แบบคือ

720p คือ สัญญาณภาพความละเอียด 1280x720 แบบ Progressive

1080i คือ สัญญาณภาพความละเอียด 1920x1080 แบบ Interlace

1080p คือ สัญญาณภาพความละเอียด 1920x1080 แบบ Progressive

ซึ่งมาตรฐานของภาพใน Format รุ่นใหม่ก็คือ HD-DVD และ Blu-ray Disc ซึ่งเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ส่งสัญญาณภาพได้สูงสุดถึง 1080p ในขณะที่ Lcd TV บางรุ่น ถึงแม้ว่าจะมีความละเอียดเท่ากับ 1920x1080 แต่ก็ไม่สามารถรับภาพแบบ 1080p ได้โดยตรง รับได้สูงสุดแค่ 1080i ทำให้สูญเสียโอกาสในการรับชมภาพที่ดีกว่า


Contrast Ratio ค่าความต่างระหว่างจุดมืดกับจุดสว่าง

Contrast Ratio เป็นจุดขายที่ Sale ท่องไว้ขึ้นใจ หมายถึง อัตราส่วนความต่างระหว่างจุดมืดสุดกับจุดสว่างสุดว่าต่างกันกี่เท่า มีวัดกันสองแบบคือ

แบบ Typical Native คือวัดโดยไม่สนใจ Backlight เพราะว่า Backlight มีผลกับความสว่างสูงสุด ปกติความสว่างของจุดภาพนั้นมาจากความสว่างของจุดภาพบวกกับความสว่างของ Backlight การวัดแบบนี้คือเขานำเอาเฉพาะความสว่างของจุดภาพเพียวๆมาคิด

วัดแบบ Dynamic คือวัดจุดมืดสุดเมื่อ Backlight ต่ำสุด และวัดจุดสว่างสุดเมื่อ Backlight สว่างสุด ตัวอย่างเช่น Lcd TV มี Contrast Ratio เท่ากับ 500 หมายความว่า หากคุณดูหนังแบบฟิล์มนัวร์ หรือหนังที่มีเงามืดเยอะๆ เช่นเรื่อง Batman เป็นต้น ถ้ามีการเล่นแสงเงา สมมุติว่าพระเอกส่องดูเพชรในความมืด จุดที่มืดสุดแน่นอนว่ามีความสว่างเท่ากับ 0 แต่จุดสว่างบริเวณที่เพชรมีแสงประกายออกมานั้นมีความสว่างตั้งแต่ 450 ไล่ไปเรื่อยๆจนถึง 700 ถ้าจอมี Contrast ต่ำก็จะว่าเพชรมีความสว่างแค่ 450-500 ที่เลยไปกว่านั้นก็จะเห็นเป็นแถบสว่างปื้นเดียวหมือนกันหมด (Saturated) เพราะจอแสดงได้แค่ 500 จากเพชรน้ำเอกก็จะกลายเป็นเพชรรัสเซีย แต่โดยปกติถ้าเป็นหนังทั่วไปอัตราความเปรียบต่างของภาพจะไม่ต่างกันมากขนาดนี้ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 300-400 เพราะความเปรียบต่างคือความแตกต่างระหว่างจุดที่สว่างจ้ากับจุดที่มืดสนิท มีน้อยมากที่ใครจะทำหนังให้มีภาพแบบนี้ไปตลอดเรื่อง ดูแล้วปวดตา

ข้อคิดในการดู Contrast คืออย่ากังวลกับตัวเลขมาก ต้องดูด้วยตาประกอบด้วย เพราะตัวเลขนั้นบางทีปั้นมาหลอกกันได้ องค์ประกอบของ Contrast นั้นจึงมีมากกว่าการดูแค่ตัวเลข ขอให้พิจารณาองค์ประกอบดังต่อไปนี้ด้วย

1.การปรับ Brightness ของจอในขณะนั้น

2.การปรับ Contast ของจอในขณะนั้น

3.การปรับ Backlight ในขณะนั้น

4.แสงรบกวนรอบข้าง

5.การปรับที่ Source เช่น ภาพยนตร์ และตัว DVD Player

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของ LCD TV ที่กวนใจมากคือ จุดที่มืดแต่มันไม่มืดมีแสงสว่างเรื่อๆอยู่ ประเด็นนี้มีสาเหตุหลักคือ BackLight เพราะ Lcd TV บางรุ่น Contrast มีไม่มากแต่อาศัยการเปิด BackLight ให้แสงออกมามากๆ เพื่อจะได้ดูสว่างเจิดจ้า วิธีทดสอบก็คือให้ทดลองลด BackLight จนภาพมืดสนิทดี หลังจากนั้นลองเปิดหนังแบบฟิล์มนัวร์ที่เป็นภาพความละเอียดสูง หากรู้สึกว่าภาพมันทึมๆไม่สว่าง และเมื่อปรับ BackLight ขึ้นแล้ว เงาที่เป็นสีดำแต่กลับเป็นสีด้านๆ ก็แสดงว่าจอนั้นไม่เวิร์คแน่นอน


Photo By : www.sony.co.th (November 2009)
บทความ โดย : suratin_tom. (โพสต์เมื่อ 26ก.พ.2550). "ข้อแนะนำในการเลือกซื้อ LCD TV".
ค้นเมื่อ เม.ย.2553, จาก www.pantip.com และ http://aomsin-electronic.tarad.com

ความรู้รอบตัว