ความรู้เรื่อง อานิสงส์ อรูปฌาน ๔ หรือ อรูปฌาน 4


อานิสงส์อรูปฌาน ๔

ท่านที่ได้อรูปฌานทั้ง ๔ นี้ นอกจากจะมีผลทำให้จิตว่าง มีอารมณ์เป็นสุข ประณีตในฌานที่ได้แล้ว ยังมีผลให้สำเร็จมรรคผลได้ง่ายอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย นอกจากนั้นท่านที่ได้อรูปฌานนี้แล้ว เมื่อสำเร็จมรรคผลจะได้เป็นพระอรหันต์ขั้นปฏิสัมภิทาญาณ คือมีคุณสมบัติพิเศษนอกเหนือจากที่ทรงไว้ซึ่งอภิญญา ๖ อยู่แล้ว เพิ่มขึ้นอีก ๔ อย่าง สำหรับท่านที่ได้ปฏิสัมภิทาญาณซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษ ๔ อย่าง คือ

ปฏิสัมภิทา ๔ (เขียน ปฏิสัมภิทา 4 ก็มี)

๑.อัตถปฏิสัมภิทา มีปัญญาแตกฉานในอรรถ คือฉลาดในการอธิบายถ้อยคำที่ ท่านอธิบายมาแล้วอย่างพิสดาร ถอดเนื้อความที่พิสดารนั้นให้ย่อสั้นลงมาพอได้ความชัด ไม่เสียความ

๒.ธัมมปฏิสัมภิทา ฉลาดในการอธิบายหัวข้อธรรม ที่ท่านกล่าวมาแต่หัวข้อให้ พิสดารเข้าใจชัด

๓.นิรุตติปฏิสัมภิทา มีความฉลาดในภาษา รู้และเข้าใจภาษาทุกภาษาได้อย่าง อัศจรรย์

๔.ปฏิภาณปฏิสัมภิทา มีปฏิภาณเฉลียวฉลาด สามารถแก้อรรถปัญหาได้อย่าง อัศจรรย์

พระพุทธรูป วัดม่วง

ปฏิสัมภิทาญาณนี้ มีความแปลกจากอภิญญา ๖ อยู่อย่างหนึ่ง คือท่านที่จะทรงปฏิสัมภิทา หรือทรงอรูปฌานนี้ได้ ท่านต้องได้กสิณ ๑๐ และทรงอภิญญามาก่อนแล้วจึงจะปฏิบัติต่อในอรูปฌานนี้ได้ ถ้าท่านนักปฏิบัติที่ไม่เคยเรียนกสิณเลย หรือทรงกสิณได้เพียงบางส่วนยังไม่ถึงขั้นอภิญญาแล้ว ท่านมาเรียนปฏิบัติในอรูปฌานนี้ย่อมปฏิบัติไม่สำเร็จ เพราะการที่ทรงอรูปฌานได้ ต้องใช้กสิณ ๙ ประการ ได้แก่ ปฐวี เตโช วาโย อาโป นีล ปีตะ โลหิตะ โอทาตะ อาโลกะ เว้นอากาสกสิณอย่างเดียว เอามาเป็นบาท(ฐานที่ตั้ง)ของอรูปฌานคือต้องเอากสิณ ๙ อย่างนั้นอย่างใดอย่างหนึ่งมาตั้งขึ้น แล้วเข้าฌานในกสิณนั้นจนถึงจตุตถฌาน แล้วเพิกนิมิตในกสิณนั้นเสีย คำว่าเพิก หมายถึงปล่อยไม่สนใจในกสิณนั้น การที่จะปฏิบัติในอรูปฌานต้องเข้ารูปกสิณก่อนอย่างนี้ ฉะนั้นท่านที่จะเจริญในอรูปฌานจึงต้องเป็นท่านที่ได้กสิณจนคล่องอย่างน้อย ๙ กอง จนชำนาญและได้อภิญญาแล้วจึงจะมาปฏิบัติในอรูปฌานนี้ได้ ฉะนั้นท่านที่ได้ปฏิสัมภิทาญาณจึงเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งอภิญญาด้วย


สำหรับอภิญญากับปฏิสัมภิทาญาณนี้ มีข้อแตกต่างกัน อยู่อย่างหนึ่งที่นักปฏิบัติควรทราบ อภิญญานั้น ท่านที่ปฏิบัติกสิณครบ ๑๐ หรืออย่างน้อยครบ ๘ ยกเว้นอาโลกกสิณและอากาสกสิณเสีย เมื่อชำนาญในกสิณทั้ง ๑๐ หรือทั้ง ๘ นี้แล้ว ก็ทรงอภิญญาได้ทันทีในสมัย(ขณะ)ที่เป็นฌานโลกีย์นั้นเอง ส่วนปฏิสัมภิทาญาณ ๔ นี้ เมื่อทรงอรูปฌานที่เป็นโลกียฌานแล้วแต่ยังทรงปฏิสัมภิทาไม่ได้ ต้องสำเร็จมรรคผลอย่างต่ำเป็นพระอนาคามีหรือพระอรหัตผล ปฏิสัมภิทาจึงจะปรากฏและบังเกิดเป็นคุณพิเศษขึ้นแก่ท่านที่บรรลุ ข้อแตกต่างนี้นักปฏิบัติควรจดจำไว้


Photo By : Somchai J. (โพสต์เมื่อ August 2009). "แสงแห่งธรรม". ค้นเมื่อ เม.ย.2553, จาก www.pixpros.net
เนื้อเรื่อง/บทความ โดย : พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี. "คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน".
ค้นเมื่อ เม.ย.2553, จาก www.larnbuddhism.com และ www.praruttanatri.com

ความรู้รอบตัว