
การเทียบอักษรไทยเป็นโรมัน แบบราชบัณฑิตฯ (สะกดชื่อไทยเป็นอังกฤษ)
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การเทียบหรือถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันนั้น ผู้อ่านต้องใช้หลักการอ่านแบบโรมันด้วยนะครับ อย่าใช้หลักภาษาอังกฤษมาอ่านอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผู้อ่านออกเสียงผิด ซึ่งคนที่จะอ่านได้อย่างถูกต้องควรมีพื้นฐานการอ่านแบบโรมันมาก่อน และไม่ต้องกังวลว่าชาวต่างชาติจะอ่านไม่รู้เรื่อง เพราะทุกชาติทุกภาษาต่างก็มีหลักในการเทียบอักษรของตน ให้สามารถถ่ายเสียงสื่อออกไปยังชาติอื่นได้ ดังนั้นการถอดอักษรของตนเป็นอักษรโรมันจึงมีประโยชน์เอาไว้เขียนชื่อคน ชื่อสถานที่ ชื่อเฉพาะต่างๆ ให้เป็นชื่อสากลที่ใช้กันทั่วโลก
ชื่อคน เป็นชื่อที่จะต้องติดตัวไปตลอดชีวิตถ้าไม่เปลี่ยนเสียก่อนจึงถือว่ามีความสำคัญมาก เมื่อผู้ใหญ่จะตั้งชื่อให้เด็กก็ควรตั้งชื่อให้ดีที่สุดทั้งความหมาย เสียงอ่าน ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์ และไม่มีอักษรไทยที่เป็นกาลกิณีของวันเกิด เพราะเด็กแรกเกิดไม่สามารถตั้งชื่อของตนเองได้ เมื่อเจริญเติบโตขึ้นแล้ว มีคนทักว่าชื่อของเธอมีอักษรเป็นกาลกิณีต่อตนเอง ซึ่งจะทำให้ชีวิตไม่เจริญก้าวหน้า เจ้าของชื่อฟังแล้วก็อาจจะขวัญเสียได้ ชื่อนั้นก็ควรเป็นชื่อที่คนทั่วไปอ่านได้ไม่ยากนัก เพราะถ้ามีคนอ่านชื่อหรือเรียกชื่อของตนผิดแล้วอาจทำให้ต้องเสียเวลารอคิวอีกนาน และชื่อเมื่อจะถอดเป็นภาษาอังกฤษอย่าถอดกันแบบสะเปะสะปะตามความเข้าใจของคนใดคนหนึ่ง โดยเฉพาะในโรงเรียนเมื่อเข้าโรงเรียนนั้นครูให้เขียนอย่างนั้น เข้าโรงเรียนนี้ครูเขียนอย่างนี้ แบบนี้เสียหาย หลักการถอดชื่อเป็นภาษาอังกฤษที่ดีเมื่อสะกดออกมาแล้วทุกชาติทุกภาษาจะต้องอ่านออกเสียงได้เหมือนกัน ปัจจุบันมีหลักเกณฑ์การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันตามที่ผู้รู้นิยมใช้กันมีสองแบบคือ แบบถ่ายเสียง และแบบถอดอักษรตามวิธีเขียน แต่แบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือแบบแรก เพราะเป็นการถอดอักษรตามวิธีอ่าน โดยราชบัณฑิตยสถานได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๒ เรื่อง หลักเกณฑ์การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันแบบถ่ายเสียง ซึ่งจะได้นำเสนอเป็นลำดับต่อไป
หลักเกณฑ์การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันแบบถ่ายเสียง1
หลักเกณฑ์การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันนี้ เป็นการถอดโดยวิธีถ่ายเสียง (Transcription) เพื่อให้อ่านคำภาษาไทย ที่เขียนด้วยอักษรโรมัน ให้ได้เสียงใกล้เคียง โดยไม่คำนึงถึงการสะกด การันต์ และวรรณยุกต์ เช่น
จันทร์ = chan, พระ = phra, แก้ว = kaeo
ตารางเทียบเสียงพยัญชนะ1
| พยัญชนะไทย | อักษรโรมัน | ตัวอย่าง | |
|---|---|---|---|
| ตัวต้น | ตัวสะกด | ||
| ก | k | k | กา = ka, นก = nok |
| ข ฃ ค ฅ ฆ | kh๑ | k | ขอ = kho, สุข = suk, โค = kho, ยุค = yuk, ฆ้อง = khong, เมฆ = mek |
| ง | ng | ng | งาม = ngam, สงฆ์ = song |
| จ ฉ ช ฌ | ch๒ | t | จีน = chin, อำนาจ = amnat, ฉิ่ง = ching, ชิน = chin, คช = khot, เฌอ = choe |
| ซ ทร (เสียง ซ) ศ ษ ส | s | t | ซา = sa, ก๊าซ = kat, ทราย = sai, ศาล = san, ทศ = thot, รักษา = raksa, กฤษณ์ = krit, สี = si, รส = rot |
| ญ | y | n | ญาติ = yat, ชาญ = chan |
| ฎ ฑ (เสียง ด) ด | d | t | ฎีกา = dika, กฎ = kot, บัณฑิต = bandit, ษัฑ = sat, ด้าย = dai, เป็ด = pet |
| ฏ ต | t | t | ปฏิมา = patima, ปรากฏ = prakot, ตา = ta, จิต = chit |
| ฐ ฑ ฒ ถ ท ธ | th๑ | t | ฐาน = than, รัฐ = rat, มณฑล = monthon, เฒ่า = thao, วัฒน์ = wat, ถ่าน = than, นาถ = nat, ทอง = thong, บท = bot, ธง = thong, อาวุธ = awut |
| ณ น | n | n | ประณีต = pranit, ปราณ = pran, น้อย = noi, จน = chon |
| บ | b | p | ใบ = bai, กาบ = kap |
| ป | p | p | ไป = pai, บาป = bap |
| ผ พ ภ | ph๑ | p | ผา = pha, พงศ์ = phong, ลัพธ์ = lap, สำเภา = samphao, ลาภ = lap |
| ฝ ฟ | f | p | ฝั่ง = fang, ฟ้า = fa, เสิร์ฟ = soep |
| ม | m | m | ม้าม = mam |
| ย | y | - | ยาย = yai |
| ร | r | n | ร้อน = ron, พร = phon |
| ล ฬ | l | n | ลาน = lan, ศาล = san, กีฬา = kila, กาฬ = kan |
| ว | w | - | วาย = wai |
| ห ฮ | h | - | หา = ha, ฮา = ha |
หมายเหตุ การเทียบเสียงพยัญชนะ
๑. ในทางสัทศาสตร์ใช้ h เป็นตัวสัญลักษณ์เพื่อแสดงลักษณะเสียงธนิต (เสียงที่มีกลุ่มลมพุ่งตามออกมาในขณะออกเสียง) h ที่ประกอบหลัง k p t จึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางสัทศาสตร์ดังนี้
k แทนเสียง ก เพราะเป็นเสียงสิถิล (เสียงที่ไม่มีกลุ่มลมพุ่งตามออกมาในขณะออกเสียง) kh จึงแทนเสียง ข ฃ ค ฅ ฆ เพราะเป็นเสียงธนิต
p แทนเสียง ป ซึ่งเป็นเสียงสิถิล ph จึงแทนเสียง ผ พ ภ เพราะเป็นเสียงธนิต ไม่ใช่แทนเสียง ฟ
t แทนเสียง ฏ ต ซึ่งเป็นเสียงสิถิล th จึงแทนเสียง ฐ ฑ ฒ ถ ท ธ เพราะเป็นเสียงธนิต
๒. ตามหลักสัทศาสตร์ ควรใช้ c แทนเสียง จ ซึ่งเป็นเสียงสิถิล และ ch ใช้แทนเสียง ฉ ช ฌ ซึ่งเป็นเสียงธนิต ดังที่ใช้กันในภาษาบาลี–สันสกฤต เขมร ฮินดี อินโดนีเซียและภาษาอื่น ๆ อีกหลายภาษา แต่ที่มิได้แก้ไขให้เป็นไปตามหลักสัทศาสตร์ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ไขว้เขวกับการสะกดและออกเสียงตัว c ในภาษาอังกฤษซึ่งคนไทยมักใช้แทนเสียง ค หรือ ซ ตัวอย่างเช่น จน/จิต หากเขียนตามหลักสัทศาสตร์เป็น con/cit ก็อาจออกเสียงตัว c เป็นเสียง ค ในคำว่า con และออกเสียง ซ ในคำว่า cit ดังนั้นจึงยังคงให้ใช้ ch แทนเสียง จ ตามที่คุ้นเคย เช่น จุฬา = chula จิตรา = chittra
สำหรับในความเห็นของข้าพเจ้า ชื่อคนที่มีเสียง จ ประสมอยู่ด้วย ถ้าใช้การเทียบด้วยอักษร ch คนไทยอาจจะอ่านออกเสียงเป็นตัว ช เพราะความคุ้นเคยเหมือนในภาษาอังกฤษก็ได้ เท่าที่พบมีชื่อคนไทยจำนวนไม่น้อยแทนเสียง จ ด้วยอักษร j ซึ่งเป็นการสะกดชื่อด้วยภาษาอังกฤษโดยคำนึงถึงผู้อ่านเพื่อป้องกันการอ่านผิด แต่ถ้าชื่อที่ไม่เน้นให้คนไทยอ่านก็ควรใช้ตามหลักสัทศาสตร์ไปเลยไม่ต้องสนใจคนไทยที่อ่านผิดเอง นอกจากนี้ก็ยังมีชื่อพยางค์เดียวที่สะกดออกมาแล้วไปพ้องกับคำในภาษาอังกฤษที่มีความหมายไม่ดีอย่างมาก ก็ควรที่จะเทียบแทนด้วยอักษรที่ใกล้เคียงเพื่อหลีกเลี่ยงความหมายไม่ดีดังกล่าวด้วย
บทความโดย : www.needformen.com
อ้างอิง : 1.ราชบัณฑิตยสถาน. (ม.ค.2542). "หลักเกณฑ์การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันแบบถ่ายเสียง". www.royin.go.th

