
การถอดอักษรไทยเป็นโรมัน แบบราชบัณฑิตฯ และแบบภาษาบาลี
อีกอย่างหนึ่ง เมื่อผู้ใดตั้งชื่อขึ้นมาแล้ว ก่อนที่ผู้นั้นจะนำไปใช้เรียกกันจริงๆ มีข้อที่ควรพิจารณาสองอย่างเกี่ยวกับการถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมัน กล่าวคือ สระที่ปรากฏอยู่ในชื่อคำไทยเมื่อถอดออกมาเป็นอักษรโรมันแล้วไม่ควรได้รูปเป็นสระผสม เพราะผู้อ่านอาจจะอ่านยากและอ่านออกเสียงไม่ถูกต้อง ถ้ามีสระผสมสองตัวก็พออ่านกันได้ แต่ถ้ามีสระผสมรวมกันสามตัวก็คงอ่านยากแน่ๆ นอกจากนี้เมื่อถอดสระจากชื่อคำไทยเป็นอักษรโรมันแล้วไม่ควรมีเครื่องหมาย ( - ) ขีดคั่นกลางระหว่างชื่อเพื่อแบ่งพยางค์ให้แยกอ่าน เพราะรูปคำในอักษรโรมันที่ปรากฏออกมาอาจดูแล้วยืดเยื้อและอักษรไม่สวย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการตั้งชื่อในลักษณะดังกล่าว อนึ่งการตั้งชื่อคนนั้นควรตั้งชื่อให้มีความยาวไม่เกิน ๓ พยางค์ เพราะเมื่อถอดชื่อเป็นอักษรโรมันแล้วก็จะได้ประมาณแปดตัวอักษร ซึ่งพอดีกับจำนวนตัวอักษรที่ใช้ในการสร้างชื่อ (User Name หรือ User Account) เพื่อใช้ Log in เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานในองค์กร เพราะถ้าตัวอักษรยาวเกินแปดตัวก็จะถูกตัดให้เหลือไม่เกินแปดตัว ซึ่งเท่ากับว่าชื่อของคนๆนั้นมีตัวอักษรและเสียงอ่านไม่ครบตามชื่อที่เขียนจริง ถ้าคนๆนั้นเชื่อเรื่องโชคชะตาวาสนาก็คล้ายกับว่าชีวิตนี้เหมือนจะขาดอะไรไปสักอย่าง แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ชื่อที่สมมุติกันขึ้นมา เพราะในความเป็นจริง คนจะเจริญก้าวหน้าหรือไม่ก็อยู่ที่การกระทำเท่านั้น ต่อไปเป็นการเทียบเสียงสระไทยเป็นอักษรโรมันตามประกาศของราชบัณฑิตยสถาน
ตารางเทียบเสียงสระ1
| อักษร | ตัวอย่าง | |
|---|---|---|
| สระไทย | โรมัน | |
| อะ, –ั (อะ ลดรูป), รร (มีตัวสะกด), อา | a | ปะ = pa, วัน = wan, สรรพ = sap, มา = ma |
| รร (ไม่มีตัวสะกด) | an | สรรหา = sanha, สวรรค์ = sawan |
| อำ | am | รำ = ram |
| อิ, อี | i | มิ = mi, มีด = mit |
| อึ, อื | ue๑ | นึก = nuek, หรือ = rue |
| อุ, อู | u | ลุ = lu, หรู = ru |
| เอะ, เ–็ (เอะ ลดรูป), เอ | e | เละ = le, เล็ง = leng, เลน = len |
| แอะ, แอ | ae | และ = lae, แสง = saeng |
| โอะ, –(โอะ ลดรูป), โอ, เอาะ, ออ | o | โละ = lo, ลม = lom, โล้ = lo, เลาะ = lo, ลอม = lom |
| เออะ, เ–ิ (เออะ ลดรูป), เออ | oe | เลอะ = loe, เหลิง = loeng, เธอ = thoe |
| เอียะ, เอีย | ia | เผียะ = phia, เลียน = lian |
| เอือะ, เอือ | uea๒ | – ๔, เลือก = lueak |
| อัวะ, อัว, –ว– (อัว ลดรูป) | ua | ผัวะ = phua, มัว = mua, รวม = ruam |
| ใอ, ไอ, อัย, ไอย, อาย | ai | ใย = yai, ไล่ = lai, วัย = wai, ไทย = thai, สาย = sai |
| เอา, อาว | ao | เมา = mao, น้าว = nao |
| อุย | ui | ลุย = lui |
| โอย, ออย | oi | โรย = roi, ลอย = loi |
| เอย | oei | เลย = loei |
| เอือย | ueai | เลื้อย = lueai |
| อวย | uai | มวย = muai |
| อิว | io๓ | ลิ่ว = lio |
| เอ็ว, เอว | eo | เร็ว = reo, เลว = leo |
| แอ็ว, แอว | aeo | แผล็ว = phlaeo, แมว = maeo |
| เอียว | iao | เลี้ยว = liao |
| ฤ (เสียง รึ), ฤๅ | rue | ฤษี , ฤๅษี = ruesi |
| ฤ (เสียง ริ) | ri | ฤทธิ์ = rit |
| ฤ (เสียง เรอ) | roe | ฤกษ์ = roek |
| ฦ, ฦๅ | lue | – ๔, ฦๅสาย = luesai |
หมายเหตุ การเทียบเสียงสระ
๑. ตามหลักเดิม อึ อื อุ อู ใช้ u แทนทั้ง 4 เสียง แต่เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างเสียง อึ อื กับ อุ อู จึงให้ใช้ u แทน อุ อู และใช้ ue แทน อึ อื
๒. ตามหลักเดิม เอือะ เอือ อัวะ อัว ใช้ ua แทนทั้ง ๔ เสียง แต่เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างเสียง เอือะ เอือ กับ อัวะ อัว จึงใช้ ua แทน อัวะ อัว และ uea แทน เอือะ เอือ เพราะ เอือะ เอือ เป็นสระประสมซึ่งประกอบด้วยเสียง อึ หรือ อื (ue) กับเสียง อะ หรือ อา (a)
๓. ตามหลักเดิม เสียง อิว ใช้ iu และเอียว ใช้ ieu แต่เนื่องจากหลักเกณฑ์นี้เสียงที่มีเสียง ว ลงท้ายและแทนเสียงด้วยตัว o ซึ่งได้แก่ เอา อาว (ao), เอ็ว เอว (eo), แอ็ว แอว (aeo) ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปในทำนองเดียวกัน อิว ซึ่งเป็นเสียง อิ กับ ว จึงแทนด้วย i + o คือ io ส่วนเสียง เอียว ซึ่งมาจากเสียง เอีย กับ ว จึงแทนด้วย ia + o เป็น iao
๔. ไม่มีคำที่ประสมด้วยสระเสียงนี้ใช้ในภาษาไทย
เทียบอักษรไทยเป็นโรมันแบบภาษาบาลี2
| ฐานที่เกิดเสียงอักขระ3 | เทียบอักษรไทยเป็นโรมันที่ใช้เขียนบาลี2 | ตัวอย่าง | |
|---|---|---|---|
| อักษรไทยที่ใช้ในบาลี | อักษรโรมัน | ||
| เกิดในคอ (วรรค กะ) | ก ข ค ฆ ง | k, kh, g, gh, ṅ | |
| ที่เพดาน (วรรค จะ) | จ ฉ ช ฌ ญ | c, ch, j, jh, ñ | |
| ปุ่มเหงือก (วรรค ฏะ) | ฏ ฐ ฑ ฒ ณ | ṭ, ṭh, ḍ, ḍh, ṇ | |
| เกิดที่ฟัน (วรรค ตะ) | ต ถ ท ธ น | t, th, d, dh, n | พุทธ = buddha |
| ริมฝีปาก (วรรค ปะ) | ป ผ พ ภ ม | p, ph, b, bh, m | อภิสิทธิ์ = abhisit |
| เศษวรรค (เกิดในฐานนั้นๆ) | ย ร ล ว ส ห ฬ อํ | y, r, l, v, s, h, ḷ , ṁ ṃ หรือ ŋ | ทุเรียน = durian |
| สระที่ใช้ในบาลี (".....") | อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ | a, ā, i, ī, u, ū, e, o | |
ตามที่กล่าวแล้วในตอนต้น หลักการถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันสามารถทำได้ ๒ แบบคือ แบบถ่ายเสียง ตามประกาศของราชบัณฑิตยสถานที่คนไทยเริ่มนิยมใช้กันเมื่อสิบปีเศษผ่านไปนี้เอง กับอีกแบบหนึ่งคือ แบบถอดอักขระตามวิธีเขียน ที่มักใช้กับชื่อเฉพาะคือชื่อ สถานที่ คำไทยแท้ คำบาลี-สันสกฤต เป็นต้น เช่น สุวรรณภูมิ = Suvarnabhumi, ทุเรียน = Durian, สิงห์ = Singha ถ้าเป็นชื่อคนเมื่อถอดตามวิธีเขียนแล้วยังอ่านออกเสียงได้ถูกต้องก็จะทำให้รู้ความหมายได้ด้วย และเมื่อถอดรูปที่ปรากฏกลับคืนแล้วก็ยังเขียนได้ถูกต้องเหมือนเดิม แต่ถ้าถอดตามวิธีที่สองแล้ว คนอ่านมักอ่านไม่ออกหรืออ่านผิดบ่อยๆ ก็อาจใช้วิธีประสมกันทั้งสองแบบเพื่อให้อ่านได้ถูกต้อง แต่ถ้าผิดหลักไปมากก็ใช้การถอดอักขระตามแบบวิธีแรกจะดีกว่า เพราะจะได้เป็นมาตรฐานที่คนทั่วไปรู้กันอยู่แล้ว ส่วนการถอดชื่ออักษรไทยเป็นอักษรโรมันแบบภาษาบาลีนั้น เป็นการถอดตามหลักสัทศาสตร์และตามหลักวิธีเขียน เพราะตัวต้นกับตัวสะกดใช้ตัวเดียวกัน ซึ่งถ้าชื่อใครสามารถถอดได้ตามแบบนี้แล้ว และยังอ่านออกเสียงได้ถูกต้อง ก็ถือว่ายอดเยี่ยมไม่เหมือนใครเท่ไปอีกแบบ สรุปง่ายๆก็คือวิธีแรกใช้เป็นแบบมาตรฐาน (Standard) วิธีที่สองเป็นแบบติดยศ (Advance) ดังนั้นชื่อเฉพาะจึงต้องใช้เป็นแบบ Advance เพราะถ้าเขียนแบบ ป.๑ ก็จะขาดองค์ประกอบที่จะพึงได้อีกหลายอย่าง ไม่เชื่อลองไปศึกษาชื่อสนามบินที่ใช้คำว่า สุวรรณภูมิ = Suvarnabhumi กันดูแล้วจะรู้ว่ามีนัยอันลึกซึ้งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และการเมืองระหว่างประเทศอย่างไร
บทความโดย : www.needformen.com
อ้างอิง :
1.ราชบัณฑิตยสถาน. (ม.ค.2542). "หลักเกณฑ์การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันแบบถ่ายเสียง". www.royin.go.th
2.พระมหาประยุทธ์ ป. อารยางกูร. (2 มี.ค.2506). "ภาค 2 พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ไทย-อังกฤษ".
3.สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส. "บาลีไวยากรณ์ อักขรวิธี ภาคที่๑ สมัญญาภิธานและสนธิ".

